การรังสรรค์บ้านสักหนึ่งของผู้รักธรรมชาติเป็นชีวิต
จิตใจคงจะมีความสุขไม่น้อยหากห้องภายในบ้านทุก
ห้องไม่ใช่ห้องสี่เหลี่ยมอุดอู้ แต่ทว่าทุกห้องสามารถ
มองเห็นและสัมผัสธรรมชาติในบ้านได้ทุกมุม
บนเนื้อที่ 3 งาน 360 ตารางวา ย่านซอยวิภาวดี 61
ซึ่งมีอายุกว่า 10 ปี ของพลเอกเสรี พุกกะมาน ผู้เป็น
เจ้าของบ้านและเป็นผู้ออกแบบบ้านด้วยตัวเองทั้งหมด
เน้นความเรียบง่าย มีเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น ปลอดโปร่ง
และสามารถมองเห็นธรรมชาติได้ทุกยามเมื่อกวาด
สายตาไปรอบๆ ด้วยการใช้แผ่นกระจกใสแทนฝาผนัง
ปูนและหน้าต่าง เพื่อให้ช่วงเวลาของการพักผ่อนมอง
เห็นสระน้ำ สวนหย่อม และต้นไม้ไทยที่ปลูกไว้ภาย
ในบ้าน
ตั้งแต่เปิดประตูรั้วหน้าบ้านเพื่อเข้าสู่ชั้นล่างซึ่งใช้เป็น
ลานจอดรถแล้วยังมีทางขึ้นเพื่อจอดรถบนชั้น 2 ได้อีก
ชั้น เพื่ออำนวยความสะดวกเวลากลับบ้านดึก ส่วนการ
ทำประตูทางเข้าภายในบ้านนั้นเจ้าของบอกว่ามีทางเข้า
ได้หลายประตูด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นบันไดด้านขวามือ
ของชั้น 1 ที่อยู่ถัดจากลานจอดรถ ประตูที่อยู่ติดกับ
สวนของชั้น 2 และประตูหน้าพื้นที่จอดรถชั้น 2
ขึ้นสู่ชั้น 2 ของบ้านผนังบ้านส่วนใหญ่ บางช่วงใช้หิน
ภูเขาก่อเป็นผนังเพื่อสร้างความแตกต่าง บางช่วงก็เป็น
ผนังปูน ชั้นนี้มีพื้นที่โล่งกว้างหากจะหาอะไรมาตกแต่งก็จะดูเกะกะ ทำให้เกิดความยุ่งยากในการดูแลรักษา
จึงสร้างเป็นสระว่ายน้ำขึ้นมาเพราะไม่ต้องดูแลอะไรมากมาย ทั้งยังเกิดความสบายตายามเมื่อมองแสงเงา
ของแดดที่สะท้อนเข้ามายังประตูกระจกรอบบ้าน ทั้งยังใช้เป็นพื้นที่ส่วนนี้ปาร์ตี้สังสรรค์ริมสระกันระหว่าง
ญาติ และเพื่อนๆ ที่มาเยี่ยมเยียน
ชั้นนี้เป็นส่วนที่เจ้าของบ้านอาศัยอยู่จริง มีความสะดวกรอบด้านเริ่มตั้งแต่มุมเอนเตอร์เทนริมสระว่ายน้ำ
โดยมุมนี้แบ่งเป็นส่วนของการรับแขกด้วยชุดโซฟาผ้าชามัวสีน้ำตาลกับโต๊ะกลางเป็นไม้สักแผ่นใหญ่ หรือจะ
เลือกนั่งแบบสบายๆ บนชุดโต๊ะกลมที่อยู่ติดกันก็ได้
พื้นไม้ปาเก้ที่ถูกยกสเต็ปขึ้นมาเพื่อแบ่งสัดส่วนพื้นที่การใช้งานอีกโซนหนึ่งก่อนถึงชุดโซฟาฐานรองไม้ไผ่
ขัดมันทับด้วยเบาะผ้าฝ้ายสีขาวสำหรับนั่ง Relax นั้น มีขอบไม้กั้นเป็นช่องว่างสี่เหลี่ยมเพื่อให้ต้นมะพร้าวที่
ปลูกจากชั้นล่างยืนต้นทะลุขึ้นสู่ชั้นนี้ได้
นอกจากนี้มีต้นไม้กล้วย ต้น
พญาสัตบัน ที่ปลูกอยู่ในกระถาง
ดินเผาตั้งอยู่หน้าห้องทำงาน
อเนกประสงค์ มีบันไดส่วนตัวเชื่อม
ไปยังห้องนอนได้ ภายในห้องทำ
งานนี้มีมุมอ่านหนังสือ นั่งเล่น ดูทีวี และมุมโต๊ะตั้งงานจิตกรรมไทย
และภาพเขียนของศิลปินชื่อดัง
อาจารย์เฉลิม โฆษิตพิพัฒน์ ที่
มอบให้เจ้าของบ้านไว้เป็นที่ระลึก
และติดกันกับห้องนอนจัดพื้นที่เป็น
ห้องอาหาร มีเคาท์เตอร์ครัว ตู้โชว์
แก้ว ตู้แช่ไวน์
เหตุที่ใช้เลือกใช้ต้นไม้ไทยเหล่า
นี้นั้น เจ้าของบ้านให้เหตุผลว่า
เพราะต้นกล้วยต้องการเพียงแสงแดดอ่อนๆ ส่วนต้นมะพร้าวปลูกในบ้านก็ได้รับแสงแดดรำไร และใช้ดินไม่
มาก ดูแลง่าย ยังให้บรรยากาศเหมือนได้ตากอากาศด้วย |